ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ความหวังของชาวนาไทย

January 13th, 2015

เชื่อแน่ว่าใครๆ ก็รู้จักข้าวสายพันธุ์ชนิดนี้ในปัจจุบัน เพราะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีให้หลังนี้เอง หลังจากที่มหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัท ซิงตั๊ก กรุ๊ป จำกัด ในการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่จำนวน 700 ตันและให้การสนับสนุนทุนรวมทั้งเรื่องภาชนะบรรจุภัณฑ์ แถมยังมีเกษตรกรไทยเองก็มีการนำข้าวชนิดนี้มาแปรรูปและสร้างรายได้สูงถึงไร่ละสองแสนบาท ทำให้ดูเหมือนว่าข้าวชนิดนี้จะเป็นความหวังเดียวที่จะทำให้ชาวนาไทยลืมตาอ้าปากได้บ้าง เพราะหัวใจสำคัญที่ทำให้ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นความหวังของชาวนาไทยคือ การควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำโมเดล ธุรกิจเชิงสังคม (Social Enterprise) มาใช้ในการส่งเสริมเกษตรกร ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบที่สำคัญคือการควบคุมปริมาณพันธุ์ข้าว ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวไม่มีนโยบายจำหน่ายพันธุ์ข้าว แต่จะสนับสนุนพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรที่ปลูกแบบไรซ์เบอร์รี่โมเดล ภายใต้โครงการผลิตข้าวโภชนาการสูงแบบอินทรีย์ครบวงจรเท่านั้น ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณของข้าวที่ผลิตในแต่ละฤดูกาลได้ ที่สำคัญคือ มีการตรวจ DNA ของข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่เกษตรกรปลูกในโครงการ การกำหนดรูปแบบของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวจะกำหนดให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีประสบการณ์ในการปลูกข้าวอินทรีย์และต้องมีใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือถ้าไม่มีใบรับรองจะต้องขอรับมาตรฐานให้ได้ภายใน 3 ปี โดยกลุ่มเกษตรกรจะต้องมีพื้นที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่รวมกันไม่น้อยกว่า 100 ไร่ (แนะนำ 200 ไร่ขึ้นไป) เพื่อให้การบริหารจัดการกลุ่มมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการผลิตให้ได้ Economy of Scale และการควบคุมต้นทุนในการผลิต ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีกำไรมากขึ้นนั่นเอง การประกันราคาข้าวและรับรองคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวได้กำหนดราคารับซื้อข้าวไรซ์เบอร์รี่ภายใต้ โครงการผลิตข้าวโภชนาการสูงแบบอินทรีย์ครบวงจร ตั้งแต่ 25,000-32,500 บาท ต่อตัน ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอย่างจริงจังและเอาใจใส่กับผลผลิตข้าวของตน โดยเฉพาะการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวมีการตรวจ DNA ของข้าวก่อนรับซื้อด้วย ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้เป็นอย่างดี การขับเคลื่อนด้วยโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวใช้ธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่การเพาะพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรในโครงการ จนถึงการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในโครงการ และทำการจัดจำหน่ายเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้ทั้งระบบ
Riceberry ข้าวไรซ์เบอร์รี่

 

การปลูกผักไร้ดิน Hydroponics

January 13th, 2015

การปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน หรือ การปลูกผักไร้ดิน นี้เป็นเทคโนโลยีที่เคยมีมาก่อนแล้ว เพราะปัจจุบันกระแสการหันมาใสใจในสุขภาพของคนไทยมีมากขึ้นเป็นลำดับ ผักปลอดสารพิษ ผักกางมุ้ง และผักไฮโดรโปนิกส์ จึงเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างแล้ว สีสันยังดูน่ารับประทาน และรสชาติดีอีกด้วย ณ วันนี้ ผักไฮโดรโปนิกส์ นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสุขภาพคนไทยแล้ว การปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน ยังจะเป็นหนึ่งในโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในชุมชนใกล้เคียงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) ที่อาจารย์อารักษ์ ธีระอำพน อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ได้วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ลงไปสู่โรงเรียน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการศึกษาของชุมชน ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เทคโนโลยีและการจัดการที่ใช้ปลูกยังจะช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ รวมถึงกระตุ้นความสนใจในวิทยาศาสตร์อีกด้วย (Hydroponics ของคุณธวัชชัย) ทั้งนี้สามารถทำเองได้นี้โดยไม่เสียเวลาในการปลูกมากนักในอดีตกระแสความนิยมของการปลูกพืชแบบนี้เป็นไปเนื่องเพราะความพยายามของบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การปลูกมากกว่าจะเป็นกระแสบริโภคนิยมอย่างแท้จริง ทำให้ผักไร้ดิน Hydroponics ซบเซาไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ด้วยคนไทยหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น กระแสการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจากผู้บริโภค เกิดตลาดรองรับ และแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็เล็งเห็นความสำคัญของการขยายตัว จึงให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการลงทุนด้านนี้ ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาทำมากขึ้น ก่อให้เกิดรูปแบบ เทคนิค และเทคโนโลยีในการผลิตที่หลากหลายขึ้น กลายเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคตามมา พืชที่นิยมปลูกแบบ Hydroponics กว่า 90 % เป็นประเภทพืชผักที่ใช้รับประทานในชีวิตประจำวัน อาทิ ผักสลัดหรือผักกาดหอมต่างประเทศ ในอดีตที่ต้องนำเข้ากิโลกรัมละหลายร้อยบาท แต่ปัจจุบันสามารถลดการนำเข้าได้เกือบ 100 % นอกจากนี้ยังเป็นพืชผักประเภทกลุ่มผักตะวันออก เช่น คะน้า กว้างตุ้ง คะน้าฮ่องกง ผักกาดขาว เป็นต้น ซึ่งปรากฏว่ามีคนสนใจเริ่มมาทำตรงนี้มากขึ้น และมีผลตอบรับค่อนข้างดี พืชผักกลุ่มนี้ก็ตอบสนองต่อระบบนี้ได้ดี ตลาดกว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผักต่างประเทศกลุ่มเดียวเท่านั้น การปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน พืชผักที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง เช่น แตงเทศหรือแตงแคนตาลูป ที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยกำลังผลิตอยู่ ซึ่งหากปลูกในสภาพแวดล้อมปกติจะต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก มีสารพิษตกค้าง ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่หากปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ หรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ รวมทั้งสามารถควบคุมคุณภาพได้ด้วย และแม้แต่พืชผักและพืชสมุนไพร เช่น สะระแหน่ วอเตอร์เครส หญ้าปักกิ่งหรือหญ้าเทวดา ก็สามารถตอบสนองต่อระบบไฮโดรโปนิกส์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหญ้าเทวดา พบว่าให้ผลผลิตสูงมากเมื่อเทียบต่อตารางพื้นที่ งานวิจัยเกี่ยวกับ Hydroponics
hydroponics

 

การปลูกผักพืชสวนครัว

January 13th, 2015

บ้านเกษตรสมบูรณ์ที่มีการจัดการอย่างดีในรูปแบบผสมผสาน เป็นหมู่บ้านที่เน้นด้าน การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ซึ่งตรงกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงทรงริเริ่มไว้เมื่อหลาย 10 ปีก่อน ปัจจุบันมีหมู่บ้านดีเด่นด้านการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ นี้ได้แก่ หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ภายใต้โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อันเป็นพระราชดำริของศษสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงอนุมัติให้ราษฎรผู้ยากไร้เข้าอยู่อาศัย จำนวน100 ครอบครัว จัดการที่ทำกินให้ครอบครัวละ 10 ไร่ holistic health เพื่อปลูกลองกอง มังคุด และทุเรียน มีการจัดการสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน สถาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งก็ยึดหลักพอเพียงด้วยการปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ เช่น หนองป่าไคร้ บ้านสันปูเลย ระหว่างทางชมทิวทัศน์ 2 ข้างทาง ซึ่งมีการจัดและตกแต่งป้ายบริเวณหน้าบ้าน ด้วยไม้ดอกไม้ประดับ หน้าบ้านหน้ามอง เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตร หรือสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิม สมุนไพร การปลูกผักพืชสวนครัว ยังเป็นลักษณะไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย รั้วรอบบ้าน คือ กระถิน นอกจากนี้ยังมีชะอม มะนาว มะกรูด แคต้นเตี้ยดอกดกตลอดปี ใกล้บันไดบ้าน วางกระถางล้างเท้ารูปสี่เหลี่ยม ถัดไปเป็นมะลิกอใหญ่ หลังบ้านมีบึงเล็ก เต็มไปด้วย กอบัวแดง พอสายหน่อยแดดจัด มันซ้อนกลีบกันกลายเป็นดอกตูม สายบัวนี่กินได้แกงอร่อย ต้มกะทิก็เยี่ยม เดินลงไปหน่อยก็เป็นบึง เด็ดยอดผักบุ้ง ผักกระเฉดมาต้มจิ้มน้ำพริกสบายไม่ต้องเสียเงินไปซื้อผักปลาที่ไหน ข้างบ้านก็มีกล้วยหลากหลายพันธุ์ขึ้นกันดาษดื่น ปะปนกับกระจับ กระเจี๊ยบ โหระพา กะเพรา ตะใคร้ ที่ปลูกใกล้ๆ กับบ่อเลี้ยงปลานิล ช่อน ยี่สก ปลาดุก อยู่รวมกันได้ทั้งนั้น เพียงแต่ต้องแบ่งเนื้อที่ไว้ให้สำหรับอนุบาลลูกปลาซักหน่อยไม่ต้องใหญ่มากนัก ผักบุ้ง กระเฉดช่วยเป็นที่หลบซ่อนจากปลาใหญ่ได้เป็นอย่างดี การปลูกพืชสวนครัว เทคนิคการปลูกพืชสวนครัว 8 ตระกูล และการทำไร่นาสวนผสมคือแบ่งพื้นที่ออกใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง แบ่ง 20-30% มาทำบ่อเก็บน้ำและใช้เลี้ยงปลากับเลี้ยงหอยขมไปพร้อมกัน แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ พื้นที่ปลูกเครื่องเทศสมุนไพร พื้นที่ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ศิลปาชีพ ไม้พลังงานหรือพืชเศรษฐกิจชองภูมิภาค และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งทำคอกสัตว์เลี้ยงอาจเป็นสัตว์กินหญ้า เช่น ห่าน กระต่าย เป็ด ไก่ โค กระบือ แพะ แกะ เป็นต้น การกระจายงานหลายอย่างทำให้เรามีงานทำตลอดปีในไร่นาของเราเอง และเศษเหลือจากงานหนึ่งก็นำไปใช้ต่อในงานอื่น เช่น ปลูกข้าวได้ข้าวกับฟาง นำฟางไปเพาะเห็ดเป็นต้น การปลูกไม้ยืนต้น เป็นพืชพลังงานอาจปลูกริมรั้วปล่อยให้สูงเต็มที่ แต่พืชอื่นจะควบคุมความสูงไว้ที่ประมาณเมตรครึ่งถึงสองเมตร โดยการตัดย่อและแต่งพุ่มเพื่อให้ปฏิบัติดูแลได้ง่าย เช่น ฝรั่ง มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ ฯลฯ เศษพืชจะไม่เผาท้องแต่นำมาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ และใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพโดยนำมาทำให้เป็นปุ๋ยละลายช้าก่อนด้วยการคลุกแร่ม้อนท์ หรือสเม็คไทต์หรือภูไมท์ซัลเฟต การเกษตรแบบ ยั่งยืน ปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ เลี้ยงปลา จับไก่
สมุนไพร

การปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์

January 13th, 2015

มะม่วงหิมพานต์ ชื่อนี้หลายคนอาจคุ้นเคยกันดี แถวบ้านผมเรียก ยาโห้ย/ยาโหย และมีบางคนเรียก ยาหมู/ย่าหมู หรือ ยามู่ (จ.กระบี่) ไม่ทราบแหล่งกำเนิดที่แน่ชัด หลายถิ่นเรียกยาร่วง หัวครก กาหยี กาหยู เล็ดล่อ หรือ ท้ายล่อและอื่นๆ อีก จริงๆ มันก็คือ มะม่วงหิมพานต์ นี่เอง ประวัติการนำเข้ามาในประเทศไทยนั้น สันนิฐานว่า พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี ณ ระนอง) ได้นำเข้า มาจากอินเดีย เมื่อปี พ.ศ. 2444 พร้อมกับต้นยางพารา และหลังจากนั้นได้มีผู้นำเข้ามาอีกหลายครั้งจากอินเดีย ไลบีเรีย โดยกรมวิชาการเกษตร (กรมกสิกรรมเดิม) เป็นผู้ทดลองศึกษาค้นคว้าคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปลูกให้ได้ผลผลิตสูงในประเทศไทยพืชชนิดนี้ชอบน้ำแต่หากโดนน้ำท่วมก็ไม่รอด ต้นมะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ผลยืนต้นและมีอายุหลายปี ตระกูลเดียวกับมะม่วง พืชชนิดนี้ชอบอากาศร้อนและฝนชุก (แต่น้ำต้องไม่ท่วมราก) เป็นต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ แต่มีใบร่วงและขึ้นใหม่ตลอด มีความสูงราว 6-12 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มกว้างออกไปโดยรอบ 4-10 เมตร กิ่งทอดยาวแผ่ออกข้าง ในกิ่งใหญ่ หรือส่วนโคนของกิ่งใหญ่ ถ้าปล่อยตามธรรมชาติจะไม่มีกิ่งแขนงเกิด แต่ถ้าได้รับการตัดแต่งหรือบังคับ ก็จะมีกิ่งแขนงแตกออกตามทิศทางที่เราต้องการได้ มีใบหนาคล้ายรูปไข่ ปลายใบป้อม โคนใบแหลมยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร ออกช่อดอกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกยาว ประมาณ 15-25 เซนติเมตร บางดอกมีแต่เกสรตัวผู้ บางดอกมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย อยู่ในช่อดอกเดียวกัน การผสมพันธุ์จึงทำการผสมในช่อเดียวกัน ลักษณะดอกเป็นช่อ ในหนึ่งดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ กลีบดอกสีขาวนวล 5 กลีบ เมื่อแรกบานกลีบดอกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอมเหลือง แต่ละดอกมีขนาด เล็กมาก เมื่อเวลาดอกบาน กลีบดอกทั้ง 5 ม้วนเข้าหากลีบเลี้ยง คงโผล่ให้เห็นยอดเกสรตัวเมียชัดเจน เกสรตัวผู้ อยู่ภายในดอก 9 อัน และมีรังไข่อยู่ที่ก้านเกสรตัวเมียส่วนที่ใช้ประโยชน์กันมากคือ ผลและเมล็ด ซึ่งมีลักษณะที่มีเมล็ดอยู่ด้านนอกติดอยู่ตรงปลายสุดของผล เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และจะขยายเติบโตจนใหญ่กว่าเมล็ดที่ติดอยู่ เมื่อผลโตได้ขนาด เมล็ดก็หยุดเจริญเติบโตและเปลี่ยนเป็นสีเป็นสีเทา และพร้อมกับผลก็เริ่มขยายเบ่งตัวพองโตขึ้นจนใหญ่กว่าเมล็ดเป็นสีต่างๆ ตามสายพันธุ์ (เหลือง แดง ม่วง) รับประทานได้ มีรสชาติหวานปนฝาดเล็กน้อยเพราะมีน้ำยางจากในผล ผลพอห่ามนำมาทำแกงคั่ว แกงไตปลา หรืออื่นๆ ผลสุกรับประทานสดได้
การปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์

การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง สีขาว

January 13th, 2015

หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักที่หลายคนรู้จักดี และเชื่อแน่ว่าหลายคนก็ชอบที่จะรับประทานผักชนิดนี้ เดิมทีเราปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศเกือบครึ่งหนึ่งที่ผลิตได้ ทั้งในรูปของหน่อไม้สดและในอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ เพราะต่างประเทศมีความต้องการสูง เช่น ญี่ปุ่น จีนฮ่องกง สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศในแถบยุโรปบางประเทศ ที่ไม่สามารถผลิตหน่อไม้ฝรั่งเพื่อบริโภคได้อย่างเพียงพอ และความมีคุณภาพของผลผลิตจากประเทศไทย ทำให้ตลาดต่างประเทศมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง หน่อไม้ฝรั่งที่เราๆ พบเห็นทั่วไปนั้น มีทั้งชนิดหน่อสีขาวซึ่งใช้สำหรับแปรรูป หน่อสีเขียวที่มีการบริโภคกันปกติมีพบเห็นตามท้องตลาดทั่วไป และหน่อสีม่วง ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับความนิยม หน่อไม้ฝรั่งมีปลูกกันมากในพื้นที่ สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี นนทบุรี นครราชสีมา โดยมีชนิดหน่อสีเขียว ซึ่งใช้รับประทานสดได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นหน่อชนิดใดก็ตาม การปลูกหน่อไม้ฝรั่งโดยทั่วไปก็จะมีวิธีการคล้ายๆ กัน
การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง สีขาว

การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง สีขาว

การปลูกมะพร้าว

January 13th, 2015

มะพร้าว เป็นพืชที่ขึ้นได้ทุกที่ในประเทศบ้านเรา รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เป็นพืชที่สุดแสนจะวิเศษ เนื่องจากประโยชน์ของมะพร้าวมีตั้งแต่รากยันยอด ผลก็มีประโยชน์มากมาย เช่น การนำมาทำน้ำมันมะพร้าวเพื่อใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย ทั้งในเรื่องของพลังงาน และเรื่องของความสวยงาม ด้วยการหมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว มะพร้าวจึงถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่จำเป็นต่อประเทศ และครัวเรือนไม่น้อย บ้านไหนมีสวนมากบ้างน้อยบ้าง มักจะเห็นมะพร้าวอยู่คู่กับสวนอย่างแน่นอน เนื่องจากปลูกง่าย เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ดูแลง่ายไม่ยุ่งยาก แต่หากใครยังไม่เคยปลูกหรืออยากรู้ว่า การปลูกมะพร้าวให้ได้ผลนั้น ทำอย่างไร วันนี้จะนำเสนอเรื่องนี้ให้ฟังกันดู อย่างบ้านผมเอง ใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผม เพราะมีมะพร้าวเยอะขั้นตอนการปลูกมะพร้าว ง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ซึ่งเพื่อให้ได้ต้นมะพร้าวที่มีลักษณะดีตามที่ต้องการ จำเป็นจะต้องคัดเลือกที่จะนำไปเพาะ และเมื่อเพาะงอกเป็นหน่อแล้ว ก็จะต้องคัดเลือกหน่อพันธุ์ด้วย โดยมีขั้นตอนการคัดเลือก เริ่มต้นจากเลือกสวนก่อน แล้วเจาะไปที่ต้นพันธุ์มะพร้าว ผลที่ได้ ถึงจะมาเลือกหน่อ เรื่องแรก การเลือกสวนพันธุ์ ควรเป็นสวนที่ปลูกมะพร้าวพันธุ์เดียวกัน ขนาดสวนยิ่งมีจำนวนมากยิ่งดี เพราะจะรับประกันได้ว่าไม่กลายพันธุ์แน่นอน และอยู่ในแหล่งที่มีการปลูกมะพร้าวเป็นอาชีพ ต้นมะพร้าวมีขนาดอายุไล่เลี่ยกัน และควรจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี เป็นสวนที่มีการดูแลปานกลาง และมีต้นที่มีผลดกอยู่เป็นส่วนมาก ไม่มีโรคหรือแมลงระบาด ในกรณีที่อยู่ไกลแหล่งปลูกมะพร้าวเป็นอาชีพ ไม่มีสวนขนาดใหญ่อาจคัดเลือกเพียงบาง หลักการเท่าที่จะทำได้ หรือคัดเลือกเป็นต้นๆ ก็ได้ ในการเลือกต้นพันธุ์ ควรเป็นต้นที่อยู่ในบริเวณกลางสวน เพื่อป้องกันการผสมข้ามสายพันธุ์ หาต้นที่ให้ผลดกไม่น้อยกว่า 60 ผล/ต้น/ปี ควรมีการจดบันทึกการให้ผลของต้นที่คิดว่าจะใช้เป็นต้นพันธุ์ก่อนสัก 3-4 ปี เพื่อให้แน่ใจว่า ให้ผลดกจริง โดยทาสีไว้ที่ต้นเป็นที่สังเกตหรืออาจทำเครื่องหมายอย่างอื่นก็ได้ เป็นต้นที่ไม่อยู่ใกล้บ้าน คอกสัตว์หรือในที่ทีดีกว่าต้นอื่นลักษณะการเลือกควรเลือกต้นที่มีลำต้นตรง แข็งแรง อวบ ปล้องถี่ พุ่มใบเป็นรูปวงกลม หรือครึ่งวงกลม มีจำนวนทาง (ใบ) มาก โคนทางสั้นและใหญ่ มีจั่นอย่างน้อย 10 จั่น กระจายอยู่รอบต้น และทุกจั่นมีผลขนาดต่าง ๆ กันติดอยู่ ทะลายควรนั่งทางก้านทะลายสั้นและใหญ่ เป็นต้นที่มีอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี ให้ผลมีลักษณะกลมขนาดใหญ่ เส้นรอบของกะลาไม่ต่ำกว่า 45 ซม. เนื้อหนา เปลือกไม่หนาหรือบางเกินไป ส่วนเรื่องการเลือกผลพันธุ์ควรเลือกที่ไม่แตก ไม่มีโรค การเตรียมผลพันธุ์ก่อนเพาะ ให้ปาดเปลือกทางด้านหัวออกขนาดประมาณเท่าผลส้มเขียวหวานเพื่อให้น้ำซึมเข้าได้สะดวกใน ระหว่างเพาะ และช่วยให้หน่องอกแทงออกมาได้ง่าย ถ้าเป็นผลที่ยังไม่แก่จัด เปลือกมีสีเขียวปนเหลือง ให้นำไปผึ่งไว้ในที่ร่มโดยวางเรียงให้ รอยปาดอยู่ด้านบน ผึ่งไว้ประมาณ 15-30 วัน จนเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเตรียมผลพันธุ์ไว้ประมาณ 2 เท่าของจำนวนหน่อที่ต้องการเพราะในขณะเพาะจะมีพันธุ์ที่ไม่ งอกและเมื่องอกแล้วก็ต้องคัดหน่อที่ไม่แข็งแรงออก เตรียมแปลงเพาะมะพร้าว แปลงเพาะควรอยู่กลางแจ้ง ใกล้แหล่งน้ำ และมีการระบายน้ำดีไม่เป็นแหล่งที่เคยมีโรคและแมลงระบาดมาก่อน วิธีการเพาะก็ง่ายๆ ให้วางผลมะพร้าวตามแนวนอนลงในร่องที่เตรียมไว้ หันด้านที่ปาดขึ้นข้างบนเรียงไปตามทิศ ทางเดียวกัน ให้แต่ละผลติดกันหรือห่างกันไม่เกิน 5 ซม. กลบทรายหรือดินให้ส่วนของผลมะพร้าวโผล่พ้นผิวดินประมาณ 1/3 ของผล ถ้าฝนไม่ตก รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ โดยสังเกตจากความชื้นตรงบริเวณรอยปาด คอยดูแลกำจัดวัชพืช โรค-แมลงต่างๆ หลังจากเพาะแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์หน่อจะเริ่มงอก ในระยะแรกจะงอกน้อย เมื่อเลย 4 สัปดาห์ไปแล้วหน่อจะงอกมากขึ้น มะพร้าวที่ไม่งอกภายใน 10 สัปดาห์ หรือ 70 วัน ควรคัดทิ้ง หรือนำไปทำมะพร้าวแห้ง เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้งอกก็จะได้หน่อที่ไม่ดี ตามปกติมะพร้าวจะงอกประมาณร้อยละ 60 ภายใน 10 สัปดาห์ เมื่อหน่อยาวประมาณ 1-3 นิ้ว ให้ย้ายลงแปลงชำ เมื่อหน่อมีใบประมาณ 4-6 ใบ ก็คัดไปปลูกได้

การปลูกมะพร้าว

 

การขยายพันธุ์ใบเตยหอม

December 25th, 2014

การขยายพันธุ์ใบเตยสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่นำท่อนพันธุ์มาปลูกลงดินแล้วรดน้ำอย่างสม่ำเสมอก็สามารถทำให้เตยเติบโตได้แล้ว(ปลูกไว้ริมแหล่งน้ำก้ได้) แต่ถ้าหากจะปลูกในเชิงธุรกิจ ก็จะมีขั้นตอนดังนี้ครับ

  • 1. หลังจากไถพรวนเตรียมพื้นที่ปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้ขุดหลุมขนาดกว้างประมาณ 5×5 เซ็นติเมตรลึกประมาณ 6 เซ็นติเมตร
  • 2. จากนั้นให้นำปุ๋ยคอกลงก้นหลุม แล้วให้ใส่ท่อนพันธุ์ใบเตยลงไป แล้วกลบดินทับ
  • 3. ขุดหลุมปลูกต่อไปให้มีระยะห่างประมาณ 10 เซ็นติเมตร
  • 4. เมื่อปลูกเสร็จแล้วถ้าไม่มีฝนตกให้ทำการรดน้ำให้ชุ่มชื้น

สาหร่ายพืชเปลี่ยนโลก

December 25th, 2014

แม้สาหร่ายจะไดชื่อว่าเป็นพืชชั้นต่ำ แต่ถ้าได้ลองศึกษาเรื่องของสาหร่ายแล้ว จะเห็นว่าสาหร่ายเป็นอนาคตของโลก เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถนำมาตอบสนองเพื่อใช้ประโชน์ได้ในหลายๆด้าน ทั้งนำมาเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ ยา เครื่องสำอาง พลังงาน บำบัดน้ำเสียในหลายประเทศมีการศึกษาวิจัยและนำมาใช้ประโยชน์อย่างยาวนาน สาหร่ายหลายชนิดมีการเพาะเลี้ยงเชิงเศรษฐกิจ เช่น สาหร่ายสไปรูลินาที่เป็นสาหร่ายน้ำจีดที่ให้โปรตีนสูง สามารถทำการเกษตรเพาะเลี้ยงได้แทบทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายน้ำเค็ม เช่นสาหร่ายผมนาง สาหร่ายพวงองุ่น สาหร่ายผักกาดทะเล ฯลฯ ซื่งเพาะเลี้ยงกันในทะเลหรือใกล้ชายฝั่งทะเล นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายน้ำจืดธรรมชาติกระจายอยู่ในหลายๆพื้นที่ ดังนั้นการศึกษาเรื่องสาหร่ายในประเทศไทยจึงควรเดินหน้าต่อไป เพราะเมื่อเกิดปัญหาวิกฤตต่างในอนาคต เช่น เรื่องขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนยา ขาดพลังงาน เป็นต้น วันนั้นพืชชั้นต่ำอย่างาหร่ยจะเป็นตัวแห้ปัญหาทั้งหมด

สาหร่ายพืชเปลี่ยนโลก

การเกษตรเรื่องการบำรุงรักษาสวนปาล์มน้ำมัน

December 25th, 2014

การเกษตรเรื่องการบำรุงรักษาสวนปาล์มน้ำมัน

  • การป้องกันและการกำจัดวัชพืช ไม่ควรกำจัดวัชพืชในช่วงฤดูแล้งเพราะจะทำให้ดินขาดความชุ่มชื่นได้
  • การใส่ปุ๋ย ต้องคำนึงถึง ปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินเดิม ความต้องการของปาล์มน้ำมันในระยะต่าง ๆ สภาพแวดล้อมลมฟ้าอากาศ ชนิดของปุ๋ยและอัตราส่วนในการใช้
  • การป้องกันกำจัดโรคแมลง เมื่อพบศัตรูพืชไม่ควรพ่นสารเคมีทันที เพราะจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงและยังทำลายศัตรูธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อปาล์มน้ำมันอีกด้วย ควรสุ่มตัวอย่าง เช่น ตัดทางใบที่ 17 ตรวจนับหนอนร่าน ถ้าพบมีมากกว่า 5 ตัว ต่อทางใบโดยเฉลี่ย จึงควรป้องกันกำจัดโดยพ่นสารเคมี
  • การตัดช่อดอก ในระยะเริ่มการเจริญเติบโต การตัดช่อดอกตัวผู้และตัวเมีย ทิ้งในระยะแรก มีผลทำให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตเร็ว แข็งแรง และมีขนาดใหญ่ เพราะอาหารที่ได้รับจะเสริมส่วนของลำต้น แทนการเลี้ยงช่อดอกและผลผลิต เมื่อถึงระยะให้ผลผลิตที่ต้องการ ผลผลิตจะมีขนาดใหญ่ และสม่ำเสมอ ถ้าไม่ตัดปล่อยทิ้งไว้ไม่เก็บเกี่ยว อาจเป็นแหล่งของเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคทะลายเน่าได้

การดูแลรักษาสวนปาล์มน้ำมัน

การเกษตรเรื่องการตัดดอกดาวเรือง

December 16th, 2014

ก่อนที่เกษตรกรจะทำการตัดดอกดาวเรืองประมาณ 2-3 วัน เกษตรกรควรใช้น้ำตาลทรายจำนวน15 ลิตร ฉีดพ่นใบดาวเรืองทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อช่วยให้ก้านดอกดาวเรืองแข็งแรงขึ้น จากนั้นเกษตรกรจึงค่อย ๆ ทยอยตัดดอก อายุของดอกดาวเรืองที่สามารถตัดดอกขายได้ประมาณ 55-65 วัน หรือให้เกษตรกรสังเกตจากดอกที่ยังมีกลีบดอกตรงกลางเป็นสีเขียวอยู่ ในการตัดดอกดาวเรืองนั้นเกษตรกรควรตัดให้ชิดโคนกิ่งให้มากที่สุด จะทำให้ก้านดอกที่ติดมามีขนาดยาการรดน้ำ ในช่วงเริ่มปลูกจนต้นดาวเรืองมีอายุได้ 7 วัน เกษตรกรควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง ทุก ๆ เช้าและเย็น และหลังจากนั้นให้ทำการรดน้ำวันละครั้งเฉพาะในตอนเช้าเท่านั้น และในช่วงดอกดาวเรืองเริ่มบานเกษตรกรจะต้องระมัดระวังอย่าให้น้ำถูกดอกดาวเรืองเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ดอกเสียหายและถูกเชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่ายการใส่ปุ๋ย เมื่อดาวเรืองมีอายุได้ 15วัน และ 25 วัน เกษตรกรควรใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตราส่วน 1 ช้อนชาต่อหลุม และเมื่อดาวเรืองมีอายุได้ 35 วัน และ 45 วัน เกษตรกรควรทำการใส่ปุ๋ยสูตร15-24-12 อัตราส่วน 1 ช้อนชาต่อหลุม เช่นกัน โดยใส่ให้ห่างโคนต้นดาวเรืองประมาณ 6 นิ้ว ฝังปุ๋ยลงในดินประมาณครึ่งนิ้ว จากนั้นให้เกษตรกรพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นดาวเรืองและกลบโคนต้นไว้และทำการรดน้ำให้โชกการปลิดยอด หรือที่เรียกกันว่า การเด็ดตุ้ม หรือการแต่งตุ้มนั่นเอง ทำเพื่อให้ดาวเรืองแตกพุ่มและจะทำให้ดอกดาวเรืองมีขนาดใหญ่เกษตรกรควรทำเมื่อดาวเรืองมีอายุได้ประมาณ 21-25 วัน ใช้มือซ้ายจับใบคู่บนสุดที่ต้องการเหลือไว้แล้วใช้มือขวาดึงส่วนยอดลงทางด้านข้าง เพื่อให้ยอดหลุดออกมา ข้อควรระวังคือเกษตรกรไม่ควรเด็ดยอดเพราะจะทำให้ส่วนตาของยอดเหลือติดอยู่ ซึ่งจะเจริญเป็นดอกในภายหลัง ทำให้ดอกดาวเรืองบานไม่พร้อมกันและมีดอกดาวเรืองจะมีขนาดเล็กการปลิดตาข้าง หลังจากที่เกษตรกรทำการปลิดตายอดประมาณ 7 วัน เมื่อดอกที่ยอดมีขนาดประมาณเท่าเมล็ดข้าวโพด ให้เกษตรกรทำการปลิดตาข้างออกให้หมด เพื่อไม่ให้ตาข้างเจริญเป็นดอกต่อไป ซึ่งจะทำให้ดอกที่ยอดมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว และมีขนาดสม่ำเสมอ

การดูแลรักษาดาวเรือง